ภาพกิจกรรม
โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ( เยาวชนชาวเขา และเยาวชนทั่วไป )

ชื่อโครงการ             โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์ ( เยาวชนชาวเขา  และเยาวชนทั่วไป )

แผนงาน                 ฝ่ายการศึกษาสงเคราะห์ ของ วัดทุ่งเหียง

ผู้เสนอโครงการ      พระครูสรวิชัย    รองเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง

ผู้อนุมัติโครงการ     พระครูโสภณพัฒนาภิรม ( หลวงพ่อบุญ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง

ลักษณะโครงการ     ส่งเสริมการศึกษา  ระดับการศึกษาขั้นพื้นฐาน

*************************************

หลักการและเหตุผล

          เมื่อปี  พ.. 2531  พระครูโสภณพัฒนาภิรม ( หลวงพ่อบุญ เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียงและเจ้าคณะตำบลหมอนนางในขณะนั้น(ปัจจุบันเป็นที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหมอนนาง)  อำเภอพนัสนิคม  จังหวัดชลบุรี  ได้เดินทางไปธุดงค์ตามป่าเขา  ในเขตอำเภอขุนยวม  จังหวัดแม่ฮ่องสอน  และ อำเภอแม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่  อันเป็นที่อยู่อาศัย ของชาวเขาเผ่าต่าง ๆ  ชุมชนเหล่านี้ส่วนใหญ่ทำไร่เลื่อนลอย  พวกเขาไม่ได้รับการศึกษาเนื่องจากอยู่ที่ในป่าห่างไกลความเจริญ  การคมนาคมติดต่อต้องเดินด้วยเท้า  หรือใช้ม้าเป็นพาหนะ  เขาอยู่กันตามยถากรรม  ขาดความหวังในชีวิต  พวกเขาเป็นคนไทยแต่พูดและเขียนภาษาไทยไม่ได้  มีความเป็นอยู่แร้นแค้น  อาหารมีเกลือเป็นหลัก  ต้มกับเผือกมันและยอดผักที่หามาได้   รับประทานกับข้าวเลี้ยงชีพไปวัน ๆ

          จากการที่ท่านได้พบเห็น  จึงเกิดความคิดที่จะพัฒนาคุณภาพชีวิตของพวกเขา  โดยมุ่งที่เยาวชน  จึงได้สร้างสำนักสงฆ์ขึ้นที่บ้านปางอุ๋ง   อำเภอแม่แจ่ม  จังหวัดเชียงใหม่  ในปี พ.. 2532  โดยจัดพระขึ้นไปสอนภาษาไทย  เพื่อให้เยาวชน  อ่าน  และเขียน  ภาษาไทยได้  แต่เนื่องจากการติดต่อและการคมนาคมไม่สะดวก  กำลังของพระมีน้อย  จึงได้รับเยาวชนเหล่านี้ลงมาจากดอย  เพื่อให้ไปเข้าเรียนชั้นประถมศึกษา ( . 1 )  ที่โรงเรียนวัดทุ่งเหียง  ซึ่งตั้งอยู่ในวัดทุ่งเหียง  เลขที่ 534 หมู่ที่ 4 บ้านทุ่งเหียง ตำบลหมอนนาง อำเภอพนัสนิคม จังหวัดชลบุรี

          ครั้งแรก ก็รับมา 40 คน และเพิ่มขึ้นเรื่อยๆ ปัจจุบัน มีเยาวชนชายหญิงที่อยู่ในความดูแลของหลวงพ่อ จำนวน 500 คน พระภิกษุและสามเณรอีก จำนวน 120 รูป รวมแล้วเป็นจำนวนทั้งสิ้น 620  รูป/คน

เยาวชนเหล่านี้มาจากหลายจังหวัดของประเทศไทย เช่น จังหวัดตาก จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดพะเยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดน่าน จังหวัดกำแพงเพชร จังหวัดสุโขทัย เป็นต้น ซึ่งฐานะความเป็นอยู่ของเยาวชนที่ทางหลวงพ่อดูแลอยู่ ส่วนมากยากจน พ่อเสียชีวิต แม่เสียชีวิต บางคนก็เป็นเด็กกำพร้า บางคนก็หาผู้ปกครองไม่เจอเพราะเอามาให้หลวงพ่อเลี้ยงดูมาตั้งแต่เล็ก หลวงพ่อก็ต้องเลี้ยงดู เพราะมีความสงสาร ส่งเสียให้เขาได้รับการศึกษา ให้สามารถช่วยเหลือตนเองได้

          โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์นี้ หลวงพ่อริเริ่มมาตั้งแต่ต้น จนกระทั่งปัจจุบัน มีเด็กที่จบการศึกษาในระดับมหาวิทยาลัยมาแล้วจำนวน 3,000  กว่าคน ส่วนค่าใช้จ่ายนั้น หลวงพ่อหาเอง ไม่ได้พึ่งรัฐบาลเลย ซึ่งค่าใช้จ่ายในแต่ละเดือนนั้นก็หลายล้านบาท ส่วนมากแล้วก็ได้จากผู้มีจิตศรัทธา ได้มาพบเห็นและเกิดความสงสารเด็กและเยาวชน ศรัทธาในการทำงานของหลวงพ่อ ก็บริจาคปัจจัยมาช่วยเหลือ บางครั้งก็พอ บางครั้งก็ไม่เพียงพอเป็นค่าใช้จ่าย

หลวงพ่อมีความปรารถนาอยากขอรับบริจาคเงิน เพื่อมาตั้งเป็นมูลนิธิ บุญทวีรวมญาติมิตร ที่หลวงพ่อเป็นประธานอยู่ หากได้เงินจากผู้มีจิตศรัทธามาเข้ามูลนิธิก็จะทำให้โครงการนี้สามารถดำเนินการต่อไปได้ ถึงแม้ว่าจะไม่มีหลวงพ่ออยู่ก็ตาม

 

วัตถุประสงค์

          โครงการนี้มีวัตถุประสงค์ในการพัฒนาคุณภาพชีวิต ของ เยาวชนชาวไทยภูเขา และเยาวชนทั่วไปที่เป็น ทรัพยากรมนุษย์ของชาติ”  ในด้านต่าง ๆ คือ

1.   ส่งเสริมให้ได้รับการศึกษาในระดับที่สูงขึ้น

2.   ปลูกฝังศีลธรรม  จรรยา  วัฒนธรรมและขนบธรรมเนียมประเพณีไทย

3.   ปลูกฝังจิตสำนึกแห่งความเป็นไทย  ให้ยึดมั่นในสถาบัน ชาติ ศาสนา และองค์พระมหากษัตริย์

4.   ส่งเสริมการพัฒนาอาชีพ เพื่อนำไปพัฒนาท้องถิ่นของเขา

5.   เพื่อให้ท่านผู้เป็นนักสังคมสงเคราะห์  ซึ่งมีจิตเปี่ยมล้นไปด้วยศรัทธา  ได้ร่วม

อุดมการณ์ เสียสละกำลังทรัพย์ กำลังความคิด  ร่วมกันพัฒนาทรัพยากรมนุษย์          อันเป็นทรัพยากรของชาติ  ซึ่งมีผลยิ่งใหญ่  มีอานิสงส์ใหญ่ หลวง ร่วมกันด้วยความสามัคคี

เป้าหมาย

                   เยาวชนชาวไทยภูเขา  และเยาวชนทั่วไป ที่ขาดความอบอุ่น ยากจน คือ

1.    จังหวัดเชียงใหม่ จังหวัดแม่ฮ่องสอน จังหวัดน่าน จังหวัดพะเยา จังหวัดเพชรบูรณ์ จังหวัดตาก จังหวัดพิษณุโลก จังหวัดสุโขทัย จังหวัดกำแพงเพชร เป็นต้น

2.   ผู้ปกครองที่มีฐานะยากจนจากทุกท้องที่ของประเทศไทย

3.   เยาวชนที่เป็นเด็กกำพร้า ด้อยโอกาส ผู้ปกครองไม่สามารถส่งเสีย ให้เรียนได้ สามารถเข้าร่วมโครงการได้

วิธีดำเนินการ

1.   เสนอโครงการ โครงการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์”( เยาวชนชาวเขาและเยาวชนทั่วไป )

2.   เมื่อโครงการได้รับการอนุมัติแล้ว  ดำเนินการดังนี้

2.1 สำรวจฐานะผู้ปกครอง  และโอกาสทางการศึกษา

2.2 ถ้าตรงตามวัตถุประสงค์  ก็ให้ผู้ปกครองนำเด็กมามอบตัว

2.3 รับเด็กชายหญิง   อายุ  ตั้งแต่ 7  -  18  ปี

2.4  ให้พักที่วัดทุ่งเหียง  

2.5   เยาวชนทุกคนได้เข้ารับการศึกษา  โดยไม่ต้องเสียค่าใช้จ่ายใด ๆตั้งแต่ชั้นประถมศึกษาปีที่ 1 ถึง มหาวิทยาลัย

2.6   เยาวชนทุกคนจะต้องปฏิบัติตามกฎข้อบังคับ  เพื่อฝึกให้รู้จัก        รับผิดชอบมีความกตัญญู  มีความสามัคคี  และเสียสละ เป็นต้น

สถานที่           วัดทุ่งเหียง  เลขที่ 534  หมู่ที่  ตำบลหมอนนาง  อำเภอพนัสนิคม 

                   จังหวัดชลบุรี

 

ระยะเวลา        วันที่  10  เมษายน  2531  ถึง    ปัจจุบัน

                  

งบประมาณ      1.เงินบริจาคจากผู้มีจิตศรัทธาทั่วไป    2. หน่วยงานของรัฐและเอกชน

                   ประมาณการค่าใช้จ่าย ประจำเดือนของวัดทุ่งเหียง

                   1.ค่าอาหารวันละ 15,000x 31 = 465,000  บาท ใช้แบบประหยัดแล้ว

                   2. ค่าน้ำ – ค่าไฟ เดือนละ  120,000x 12 = 1,440,000  บาท

                   3. ค่าอุปกรณ์การเรียนของนักเรียนทุกคนในความอุปการะ เดือนละ

                      30,000x12 = 360,000 บ.

                   4. จ่ายค่าเล่าเรียนแก่เยาวชนในระดับมหาวิทยาลัยและอื่นๆ จำนวน 40

                      คนๆละ 12,000 บ.  480,000 x 12 =5,760,000 บาท

                   5. ค่านิตยภัตร(ค่าจ้าง)คนขับรถวัด จำนวน  5  คันและแม่ครัวของวัด 4 คน

                     จำนวน 67,500 บ.   67,500 x 12 = 810,000 บาท               

                   6. ค่าน้ำมันรถวัด เติมเดือนละ  20,000 บาท รับส่งนักเรียนและพาพระเณร

                       ไปรับบิณฑบาต     20,000x 12 = 240,000  บาท

รวมค่าใช้จ่ายทั้งสิ้น จำนวน 8,656,500 บาท/ปี

(แปดล้านหกแสนห้าหมื่นหกพันห้าร้อยบาทถ้วน)

ผู้รับผิดชอบโครงการ

                   คณะสงฆ์วัดทุ่งเหียง  ภายใต้การนำของ  พระครูโสภณพัฒนาภิรม (หลวงพ่อบุญ) เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง  และที่ปรึกษาเจ้าคณะตำบลหมอนนาง  อำเภอพนัสนิคม  จังหวัดชลบุรี

ผลที่คาดว่าจะได้รับ

1.   เป็นการปลูกจิตสำนึกให้ผู้ปกครองของเยาวชนชาวไทยภูเขา และเยาวชนทั่วไปได้ให้บุตรหลานได้รับการศึกษา

2.     เยาวชนเหล่านั้นมีความสามารถ  อ่าน เขียน และรู้จักการใช้ภาษาไทย

3.    เยาวชนสามารถนำความรู้ไปประกอบอาชีพได้

4.    เยาวชนเข้าใจศีลธรรมทางพุทธศาสนา และวัฒนธรรมประเพณีไทย

5.    เยาวชนจักมีความสำนึกในความเป็นไทย  ยึดมั่นในชาติ  ศาสนา และเทิดทูน องค์พระมหากษัตริย์  ซึ่งทรงเป็นพระประมุขของชาติ

6.    เยาวชนจัดเป็นกำลังของชาติ  ในการพัฒนาท้องถิ่นของตน  ด้านการศึกษา สังคม   และการพัฒนาอาชีพ  เพื่อความเจริญสืบไป

 

 

                                                ลงชื่อ………………………….………………….ผู้เสนอโครงการ

 

                                                               (พระครูสรวิชัย)

                                                        รองเจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง

 

                                                ลงชื่อ………………………….………………….ผู้เห็นชอบโครงการ

 

                                                              (พระครูโสภณพัฒนาภิรม)

                                                               เจ้าอาวาสวัดทุ่งเหียง

 

โพสเมื่อ : 16 ก.พ. 2557,10:44   อ่าน 1996 ครั้ง